บทสรุป NCDH2026: จาก CDoH สู่ “กำไร” ที่มากกว่าตัวเงิน

เราอาจคิดว่าสุขภาพเป็นเรื่องของ “ตัวเรา” แต่จริง ๆ แล้ว ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน สิ่งที่เรา “ซื้อ กิน ใช้ และทำงาน” ก็กำลังมีส่วนกำหนดสุขภาพของเราอยู่ทุกวัน
เราเลือกอาหารจากสิ่งที่วางอยู่ตรงหน้า เลือกซื้อจากโปรโมชั่นที่เห็น เลือกเครื่องดื่มจากสิ่งที่เข้าถึงง่าย รวมถึงใช้ชีวิตหลายชั่วโมงในแต่ละวันอยู่ในที่ทำงาน ซึ่งล้วนมีส่วนต่อพฤติกรรมและสุขภาพของเรา สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อเกิดขึ้นซ้ำ ๆ กลับส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
เพราะบางครั้งสิ่งที่เราเลือกไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของเราเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกกำหนดโดยสิ่งที่อยู่รอบตัว ตั้งแต่สินค้า ราคา โปรโมชั่น การโฆษณา ไปจนถึงสภาพแวดล้อม
นี่คือสิ่งที่แนวคิด “ปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ” หรือ CDoH (Commercial Determinants of Health) ทำให้เราเห็นว่า สุขภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับวิธีที่ธุรกิจออกแบบสินค้า บริการ การตลาด และสภาพแวดล้อมที่เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราด้วย
เมื่อมองมาถึงจุดนี้ คำถามจึงอาจไม่ใช่เพียง “จะทำอย่างไรไม่ให้ธุรกิจกระทบสุขภาพ?” แต่เป็นคำถามที่ใหญ่กว่าเดิมว่า “เราจะทำอย่างไรให้ธุรกิจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสุขภาพที่ดีได้?”
คำถามนี้ถูกนำมาต่อยอดในวันที่ 7 ต.ค. 2569 จากเวที NCDH2026 ภายใต้แนวคิด “จากภูมิทัศน์สู่การกระทำ: การกำกับดูแลปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะที่เป็นธรรม” สู่ สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นว่าด้วยการจัดการปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะประชาชน ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ที่ร่วมกันพิจารณาร่างมติ “ระบบนิเวศวิสาหกิจสร้างเสริมสุขภาวะ” (Health-Promoting Enterprise Ecosystem) เพื่อขยับจากการทำความเข้าใจปัญหา สู่การทำให้ ธุรกิจและสุขภาพเติบโตไปด้วยกัน
ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฏ ประธานคณะกรรมการการพัฒนานโยบายสาธารณะประเด็นการจัดการปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะประชาชน มองว่า การแก้ปัญหาสุขภาพไม่อาจฝากไว้กับการปรับพฤติกรรมของแต่ละคนเพียงอย่างเดียว เพราะเบื้องหลังการเลือกของผู้คนยังมีทั้ง “ระบบ” และ “วัฒนธรรม” ที่เข้ามากำกับวิถีชีวิต
สิ่งที่กำหนดสุขภาพของคนไทยจึงไม่ได้มีแค่ตัวเรา แต่ยังมีระบบและสภาพแวดล้อมรอบตัวเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ภาคธุรกิจจึงไม่ควรถูกมองเพียงในฐานะผู้สร้างความเสี่ยง แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสุขภาวะได้เช่นกัน โดยเฉพาะการขยับความหมายของ “กำไร” ให้ไม่ได้หมายถึงเพียงตัวเงิน แต่รวมถึงสุขภาพที่ดีขึ้นของผู้บริโภค คนทำงาน และชุมชนรอบข้าง
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. มองว่า NCDH2026 เป็นจุดเชื่อมสำคัญในการนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากหลายภาคส่วนมาต่อยอดเป็นข้อเสนอนโยบาย เพื่อให้ระบบตลาดและธุรกิจมีส่วนลดความเสี่ยงและเพิ่มทางเลือกสุขภาพให้ประชาชน จึงนำมาสู่ร่างมติ “ระบบนิเวศวิสาหกิจสร้างเสริมสุขภาวะ” ที่เน้นการทดลองกับธุรกิจที่สมัครใจ พร้อมพัฒนาระบบรับรอง การประเมินผล และแรงจูงใจ โดยไม่เริ่มจากการออกกฎใหม่
แนวทางนี้ยังครอบคลุมถึงธุรกิจขนาดเล็กและวิสาหกิจชุมชน โดย สสส. จะร่วมกับ สช. และภาคี นำองค์ความรู้ไปเชื่อมกับการทำงานในพื้นที่ เก็บบทเรียนจากการลงมือทำ และนำกลับมาต่อยอดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อให้เกิดทั้งทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพสำหรับผู้บริโภค สภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาวะ และประโยชน์ต่อชุมชน
ด้านนายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร ผู้ช่วยเลขาธิการ สช. อธิบายว่า หลังร่างมติผ่านความเห็นชอบ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดบทบาทและผู้รับผิดชอบ ก่อนเสนอเข้าสู่ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และนำเสนอต่อ คณะรัฐมนตรี เพื่อรับทราบและมอบหมายหน่วยงานดำเนินการ พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
จากแนวคิดสู่การลงมือทำ เป้าหมายจึงไม่ใช่แค่ “ลดผลกระทบ” จากธุรกิจ แต่ทำให้ “สุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จทางธุรกิจ เพราะผู้บริโภคที่สุขภาพดี คนทำงานที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี และชุมชนที่เข้มแข็ง ล้วนคือกำไรในระยะยาว
สสส. เดินหน้าผนึกกำลังภาคี เปลี่ยนพลังของภาคธุรกิจให้เป็นพลังสร้างสุขภาพ ขับเคลื่อน “ระบบนิเวศวิสาหกิจสร้างเสริมสุขภาวะ” เพื่อให้สุขภาพที่ดีไม่ใช่เพียงทางเลือกของคนบางกลุ่ม แต่เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเติบโตไปกับเศรษฐกิจของประเทศ
เรื่องโดย : พลอยไพลิน นราพงษ์ Team Content www.thaihealth.or.th
ข้อมูลจาก : สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นว่าด้วยการจัดการปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะประชาชน ต่อเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติว่าด้วยปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ ปี 2569



