สุขภาพดี ใครเป็นคนกำหนด? โดย สสส.

สุขภาพดี ใครเป็นคนกำหนด?

เคยคิดไหมว่า การมีสุขภาพดีไม่ได้เริ่มที่ตัวเราเสมอไป…

เรามักถูกบอกให้ดูแลสุขภาพด้วยการ “เลือกให้ดี” กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย ลดหวาน มัน เค็ม ไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การมีสุขภาพดีอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ตัวเลือก” ของเราเพียงอย่างเดียว

เพราะก่อนที่เราจะหยิบอาหารสักชิ้น ดื่มเครื่องดื่มสักขวด หรือเลือกซื้อสินค้าอะไรสักอย่าง ยังมีอีกหลายปัจจัยที่อยู่เบื้องหลัง ทั้งราคา โปรโมชั่น การโฆษณา ช่องทางจำหน่าย การออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ทำให้บางทางเลือกเข้าถึงง่ายกว่าทางเลือกอื่น

นี่คือโจทย์ของแนวคิด “ปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ” (Commercial Determinants of Health: CDoH) ซึ่งกำลังถูกจับตามองในระดับโลก และเป็นประเด็นสำคัญของการประชุมวิชาการระดับชาติว่าด้วยปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ ปี 2569 หรือ NCDH2026

ภายใต้แนวคิด “จากภูมิทัศน์สู่การกระทำ: การกำกับดูแลปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะที่เป็นธรรม” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–7 ตุลาคม 2569 โดย สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ สช. WHO สปสช. สวรส. IHPP และภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน เพื่อเชื่อมองค์ความรู้ไปสู่การพัฒนานโยบายและการลงมือทำจริง

จาก “เรากินอะไร” สู่คำถามว่า “ระบบกำลังทำให้เราเลือกอะไร”

ประเทศไทยกำลังเผชิญภาระจากโรคไม่ติดต่อ หรือ NCDs ในระดับสูง โดยข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ปี 2569 ระบุว่า คนไทยเสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs ประมาณ 400,000 รายต่อปี หรือคิดเป็น 81% ของการเสียชีวิต ขณะที่สินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารที่มีไขมัน เกลือ หรือน้ำตาลสูง ต่างมีกลยุทธ์การตลาดที่กระตุ้นการบริโภค ทั้งผ่านอินฟลูเอนเซอร์ คอนเทนต์ดิจิทัล  ที่มุ่งเป้าเด็กและเยาวชน รวมถึงการขยายช่องทางจำหน่าย

ประเด็นจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “ใครมีพฤติกรรมเสี่ยง” แต่ต้องมองลึกไปถึงว่า อะไรทำให้พฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นได้ง่าย และอะไรทำให้ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพเข้าถึงได้ยากกว่า

 

ดร.โมนิกา โคซินซิ สกา หัวหน้าฝ่ายบูรณาการด้านปัจจัยทางเศรษฐกิจและปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ องค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่า การมองปัญหาไม่ควรหยุดอยู่ที่การถามว่า “ขายสินค้าอะไร” แต่ต้องมองไปถึง “ระบบเศรษฐกิจและการค้ามีลักษณะอย่างไร” ที่เปิดช่องให้กิจกรรมทางการค้าเหล่านั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

การจัดการเรื่องนี้ จึงไม่ใช่เพียงการบอกให้ประชาชน “มีวินัยมากขึ้น” แต่ต้องมองไปถึงการเปลี่ยนกติกา สร้างแรงจูงใจใหม่ ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน และนำทรัพยากรกลับมาสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

ประเทศไทยเองมีตัวอย่างของกลไกดังกล่าวผ่านการจัดตั้ง สสส. ซึ่งนำรายได้จากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบมาใช้สร้างเสริมสุขภาพ โดย WHO มองว่าเป็นตัวอย่างของนวัตกรรมทางนโยบายการคลังที่ทำให้ธุรกิจที่สร้างผลกระทบต่อสุขภาพมีส่วนร่วมรับผิดชอบ และนำทรัพยากรกลับมาลงทุนเพื่อสร้างสุขภาพของประชาชน

“สุขภาพ” กับ “เศรษฐกิจ” ไม่ควรถูกวางไว้คนละฝั่ง

นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คนที่ 2 กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคของ “โรคจากพฤติกรรม” แต่พฤติกรรมสุขภาพไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว หากผูกติดอยู่กับสิ่งแวดล้อม สังคม อาหาร อากาศ สารเคมี และนโยบายของรัฐบาล รวมถึงปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ

ดังนั้น การจัดการปัจจัยเชิงพาณิชย์จึงไม่ได้หมายถึง “การต่อต้านธุรกิจ” แต่คือการออกแบบกติกาและสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสม เพื่อให้ การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ต้องแลกมาด้วยต้นทุนด้านสุขภาพของประชาชน

“Health is Wealth” หรือสุขภาพคือความมั่งคั่ง จึงไม่ใช่เพียงแนวคิดด้านสาธารณสุข แต่เป็นโจทย์ร่วมของการพัฒนาประเทศ เพราะเศรษฐกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน ย่อมต้องอาศัยคนที่มีสุขภาพดีและสามารถทำงาน ดูแลครอบครัว และขับเคลื่อนสังคมต่อไปได้

เปลี่ยน “ปัจจัยเสี่ยง” ให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงบวก

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. มองว่า NCDH2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศไทยในการเริ่มต้นค้นหาทางออกเชิงวิชาการต่อประเด็น CDoH โดยการรวมตัวของ 7 หน่วยงานและภาคีเครือข่าย มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจร่วม และเปลี่ยนปัจจัยเชิงพาณิชย์ให้เป็นแรงขับเคลื่อนเชิงบวก เพื่อช่วยให้ไปถึงหมุดหมายดังกล่าว

แนวคิดนี้สอดคล้องกับการทำงานของ สสส. ที่ขับเคลื่อนเรื่อง “สร้างนำซ่อม” คือสร้างสุขภาพและป้องกันโรคก่อนเกิดการเจ็บป่วย ผ่านกลไกภาษีเพื่อสุขภาพ โดยนำรายได้จากภาษีสุราและยาสูบกลับมาใช้สร้างเสริมสุขภาพ และต่อยอดการทำงานร่วมกับภาคีมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน NCDH2026 ยังมุ่งไปไกลกว่าการพูดคุยเชิงวิชาการ โดยมีเป้าหมายทั้งการสร้างความเข้าใจและหลักฐานเกี่ยวกับ CDoH ในบริบทไทย รวมถึงสร้างฉันทามติร่วมผ่านกระบวนการสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น CDoH เพื่อพัฒนาไปสู่ “ระบบนิเวศวิสาหกิจสร้างเสริมสุขภาวะ” ในประเทศไทย

ดร.สัมพันธ์ศิลปนาฏ ประธานคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะ ประเด็นการจัดการปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะประชาชน ชี้ว่า การพึ่งพาเพียงวินัยหรือพฤติกรรมส่วนบุคคลไม่เพียงพอ เพราะสภาพแวดล้อมรอบตัวอาจไม่ได้เอื้อต่อการมีสุขภาพดี

ภาคเอกชนจึงสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้จากเรื่องใกล้ตัว เช่น การปรับอาหารในโรงอาหารให้ไม่หวานหรือเค็มเกินไป หรือการปรับรูปแบบการทำงานและการประชุมเพื่อลดพฤติกรรมนั่งนานให้เอื้อต่อสุขภาพมากขึ้น

เพราะ “ไม่มีประโยชน์เลยที่ธุรกิจจะมีกำไรเติบโต แต่ระบบภายในองค์กรยังทำให้พนักงาน ลูกค้า หรือคู่ค้ากลับป่วย บาดเจ็บ และสุขภาพแย่ลงทุกวัน” ดังนั้น คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่เพียงว่า “ธุรกิจมีกำไรมากแค่ไหน” แต่คือ กำไรนั้นเกิดขึ้นพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดีของคนในระบบหรือไม่

เมื่อมองเช่นนี้ การสร้างสุขภาพ จึงไม่ได้อยู่แค่ในโรงพยาบาลหรือในมือของบุคลากรสาธารณสุข แต่ยังอยู่ในโรงอาหาร ที่ทำงาน สินค้าที่วางขาย ราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่าย ไปจนถึงกติกาที่กำหนดทิศทางของตลาด และโจทย์สำคัญหลังจากนี้ จึงไม่ใช่เพียงว่า เรารู้เรื่อง CDoH มากขึ้นแค่ไหน แต่คือ ความรู้เหล่านี้จะเดินทางต่อไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทั้งประชาชน นักวิชาการ ภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก่อนสังเคราะห์องค์ความรู้และความคิดเห็นเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และต่อยอดไปสู่คณะรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดการนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การสร้างสังคมสุขภาวะอาจไม่ใช่การบอกให้ทุกคน “เลือกให้ดีขึ้น” เพียงอย่างเดียว แต่คือการช่วยกันทำให้ ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่าย เป็นธรรม และเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน

NCDH2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีที่ชวนสังคมมองว่า “อะไรทำให้คนป่วย” แต่ชวนเรากลับมาตั้งคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า เราจะออกแบบระบบเศรษฐกิจ ตลาด และกติกาของสังคมอย่างไร เพื่อให้ประชาชนเติบโตเดินหน้าไปพร้อมกับสุขภาพที่ดีเพราะบางครั้งอาจไม่ได้เริ่มจากการที่เราคนเดียวหรือกลุ่มเดียวรู้จัก “เลือก” เท่านั้น แต่อาจต้องเริ่มจากการที่ สังคมช่วยกันออกแบบให้ทางเลือกที่ดีและเป็นทางเลือกที่ทำได้จริง

 

เรื่องโดย : อัจฉริยา คล้ายฉ่ำ Team Content www.thaihealth.or.th

ข้อมูลจาก : การประชุมเปิด NCDH2026 “กำกับดูแลปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะที่เป็นธรรม” วันที่ 5 ตุลาคม

Categories: ข่าวสารกิจกรรม