องค์กรแข็งแรง เริ่มจากคนทำงานสุขภาพดี โดย สสส.

องค์กรแข็งแรง เริ่มจากคนทำงานสุขภาพดี

“…เราทุ่มเทเวลาเกือบ 1 ใน 3 ของชีวิตหรือ 8 ชั่วโมงในออฟฟิศ  อาจไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สร้างผลงาน แต่เป็นพื้นที่สำคัญ ที่ไม่รู้ตัวว่า พฤติกรรมในออฟฟิศของแต่ละวัน ล้วนได้กำหนดสุขภาพของเราไปพร้อมกัน หากต้องนั่งนาน ขยับตัวน้อย ดื่มเครื่องดื่มหวาน กินไม่เป็นเวลา หรือเผชิญความเครียดสะสมทุกวัน กำลังค่อยๆ กัดกินสุขภาพทีละน้อยพร้อมกัน?”

พลิกมุมมองใหม่การดูแลสุขภาพให้เป็นเรื่องใกล้ตัว ว่า “ที่ทำงาน” ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่สร้างผลงาน แต่ คือ จุดเริ่มต้นของสุขภาวะที่ดี โดยร่วมถอดรหัสสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อสุขภาวะ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

หนึ่งในแนวคิดที่เข้ามาตอบโจทย์นี้คือ “Happy Workplace” ที่ไม่ได้มองแค่การทำให้คนมีความสุขกับงาน แต่รวมถึงการดูแลสุขภาวะของคนทำงานอย่างเป็นองค์รวม

นี่จึงเป็นหนึ่งในโจทย์ที่ สสส. ให้ความสำคัญ โดยชวนองค์กรกลับมามองเรื่องใกล้ตัวผ่าน “7 เป้าหมายสุขภาพดีคนทำงาน” ตั้งแต่การขยับร่างกาย ลดการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ลดการดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ขับขี่ปลอดภัย ไปจนถึงสุขภาพจิตและสิ่งแวดล้อม

เพราะเมื่อองค์กรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนดูแลตัวเองได้จริง การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในแต่ละวัน ก็สามารถส่งต่อไปถึงสุขภาพของคนทั้งองค์กรได้

แนวคิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของนโยบายหรือเป้าหมาย แต่กำลังถูกนำไปทำให้เกิดขึ้นจริงในสถานประกอบการ โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมไทย (สฟอท.) จัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ องค์กรสุขภาวะต้นแบบและบุคคลต้นแบบด้านสุขภาวะ ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จ.นนทบุรี เพื่อยกย่ององค์กรและคนทำงานที่ร่วมกันสร้างสุขภาวะ ให้เกิดขึ้นจริง  ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมสถานประกอบการให้เป็นองค์กรสุขภาวะ

นายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. มองว่า …การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงต้องมาจากผู้บริหารและคนในองค์กร โดย สสส. สนับสนุนองค์ความรู้ เครื่องมือ และข้อมูล เพื่อให้องค์กรนำไปออกแบบการดูแลสุขภาพให้เหมาะกับบริบทของตัวเอง

เป้าหมายไม่ใช่แค่ทำให้คน “ไม่ป่วย” แต่คือการทำให้คนอยู่ใน “พื้นที่สีเขียว” ของสุขภาพ ให้นานที่สุด มีแรงทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา การขับเคลื่อนในสถานประกอบการต้นแบบ 50 แห่ง มีพนักงานได้รับประโยชน์กว่า 1,500 คน และเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน ทั้งการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ลดลง 8% สุขภาพจิตดีขึ้น 14%  กิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น 12% และ การสวมหมวกนิรภัยและคาดเข็มขัดเพิ่มขึ้น 20%

ขณะที่การเข้ารักษาพยาบาลและลาป่วยลดลง 10% ช่วยลดค่ารักษาพยาบาลและการสูญเสียรายได้จากการเจ็บป่วยได้ถึง 3.6 ล้านบาทต่อปี

ขณะที่ นายถาวร ชลัษเฐียร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มองว่า…สุขภาวะของคนทำงานไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความแข็งแรงขององค์กรและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

เพราะภาคอุตสาหกรรมมีคนวัยทำงานกว่า 20 ล้านคน การทำให้คน “แข็งแรงและเก่ง” จึงเป็นโจทย์สำคัญของภาคอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้าขยายองค์ความรู้และโมเดลจาก 50 องค์กรต้นแบบไปยังสมาชิกกว่า 16,000 บริษัท เพื่อให้สุขภาวะขยายไปสู่คนทำงานในวงกว้าง

คุณสายรุ้ง แววตะคุ เจ้าหน้าที่แรงงานสัมพันธ์ บริษัทฝาจีบ จำกัด (มหาชน) เล่าว่า …บริษัทพยายามออกแบบกิจกรรมให้พนักงานทุกกะมีส่วนร่วม โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ผ่านการประกวดและโหวตเมนูสุขภาพ ก่อนนำเมนูที่ได้รับความนิยมไปต่อยอดในโรงอาหาร ให้พนักงานได้เลือกกินจริงในแต่ละวัน พร้อมสื่อสารเรื่อง ลดหวาน มัน เค็ม ผ่านสื่อต่าง ๆ และ LINE Official ของพนักงาน

สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ พนักงานเริ่มใส่ใจเรื่องการกินมากขึ้น และเข้าใจว่าการดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายสูง เพราะ “กินดี คุ้มค่า ไม่แพง” ก็สามารถเลือกวัตถุดิบและเมนูที่ดีต่อสุขภาพได้เช่นกัน

จากการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กร สู่เรื่องของคนทำงานจริง คุณวิศรุต มูลกัณฐ์ บุคคลต้นแบบมุ่งมั่น จากร้านวัชราวรรณ จ.ระยอง เล่าว่า…จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงมาจากผลตรวจสุขภาพที่พบว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ประกอบกับรู้สึกเหนื่อยง่ายและไม่สดชื่นในการทำงาน จึงตัดสินใจหันมาดูแลตัวเอง ทั้งเดิน วิ่ง ออกกำลังกาย และปรับการกิน โดยตั้งเป้าเดินให้ได้วันละ 10,000 ก้าว

คุณวิศรุต เล่าว่า จากน้ำหนัก 133 กิโลกรัม ตอนนี้ลดเหลือ 117 กิโลกรัม พร้อมผลตรวจสุขภาพกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทำเป็นตัวอย่างให้เพื่อนร่วมงานเห็นว่า การดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ แค่ “ก้าวทีละนิด” และทำอย่างต่อเนื่องก็สามารถเปลี่ยนตัวเองได้

พร้อมฝากข้อคิดว่า “องค์กรที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ใช่องค์กรที่มีเทคโนโลยีหรือเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด แต่เป็นองค์กรที่มีพนักงานสุขภาพดี ทั้งกายและใจ”

อีกหนึ่ง บุคคลต้นแบบที่มีสุขภาวะที่ดี คือ คุณวิธวัตร์ ศรีสุตานนท์ จาก บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)  เผยว่า… จากคนที่เคยมองเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องไกลตัว ชอบสังสรรค์ ดื่มและสูบบุหรี่ จนเริ่มรู้สึกไอบ่อยและเหนื่อยง่าย อยากมีสุขภาพแข็งแรงเพื่ออยู่ดูความสำเร็จของลูก จึงหันกลับมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังทั้งปรับการกินและออกกำลังกาย

การเปลี่ยนแปลงของเขายังส่งต่อไปถึงคนรอบข้าง เมื่อเพื่อนร่วมงานและแฟน หันมาออกกำลังกายด้วยกันโดยองค์กรมีทั้งกิจกรรมฟุตบอลและการวิ่งเก็บระยะเพื่อชวนพนักงานขยับร่างกายและดูแลสุขภาพ

เล่าอีกว่า “สุขภาพที่ดีคือการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า” เพราะสิ่งที่เขาอยากได้จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่ใช่แค่สุขภาพที่ดีขึ้น แต่ คือ การได้แข็งแรงและอยู่ดูความสำเร็จของลูกหลานไปนาน ๆ

สสส. ยังคงเดินหน้าสร้างองค์กรสุขภาวะที่ดูแลคนทำงานครบทั้ง 4 มิติ เพราะการทำงานที่ดีไม่ควรพรากสุขภาพไปจากชีวิต และความสำเร็จที่แท้จริง คือ วันที่เรายังแข็งแรงพอจะใช้ชีวิตที่เราสร้างมา

ที่มา : พิธีมอบประกาศเกียรติคุณองค์กรสุขภาวะต้นแบบและบุคคลต้นแบบด้านสุขภาวะ ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมสถานประกอบการ ภายใต้เครือข่ายสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้เป็นองค์กรสุขภาวะ เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนวัยทำงาน

เรื่องโดย : พลอยไพลิน นราพงษ์ Team Content www.thaihealth.or.th

Categories: ข่าวสารกิจกรรม