“บุหรี่ไฟฟ้า” ไม่ได้แค่ทำร้ายปอด… แต่อาจกำลัง “แฮกสมอง” โดย สสส.

บุหรี่ไฟฟ้า” ไม่ได้แค่ทำร้ายปอด… แต่อาจกำลัง “แฮกสมอง”

ภาพของบุหรี่ไฟฟ้าในสายตาเด็กและเยาวชนวันนี้ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็น “บุหรี่” อีกต่อไป แต่ถูกทำให้กลายเป็นสินค้าแฟชั่น อุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ และสัญลักษณ์ของความทันสมัย ผ่านรูปแบบ สีสัน กลิ่นรส การตลาดออนไลน์ และอินฟลูเอนเซอร์บนโลกโซเชียล

เบื้องหลังภาพลักษณ์ที่ดูดีนั้น กลับซ่อนอันตรายที่กำลังคุกคามเด็กและเยาวชนไทยอย่างเงียบ ๆ โดยเฉพาะผลกระทบต่อ สมอง” ที่อาจรุนแรงและยากจะฟื้นคืน

จากการจัดกิจกรรมเสวนาวิชาการ “เคมีในควันกับเคมีในสมอง : ผลกระทบที่มองไม่เห็น” พร้อมเปิดตัวแคมเปญรณรงค์ “บุหรี่ไฟฟ้า แฮกสมอง” เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับ สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย และ กรุงเทพมหานคร พร้อมภาคีเครือข่ายเด็กและเยาวชน จัดขึ้น

สะท้อนให้สังคมเห็นว่า สถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพทางกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง อารมณ์ และพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนในระยะยาว ที่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์

รศ.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า ผลสำรวจการบริโภคยาสูบของเยาวชนไทย (Global Youth Tobacco Survey Thailand : GYTS) ปี 2565 พบว่า เด็กอายุ 13–15 ปี ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 5.3 เท่า จากร้อยละ 3.3 ในปี 2558 เป็นร้อยละ 17.6 ในปี 2565

ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบคนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 11.44 เท่า จาก 78,742 คน ในปี 2564 เพิ่มเป็น 900,459 คน ในปี 2567 สะท้อนว่าการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้ายังคงขยายตัวอย่างรวดเร็ว แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าแล้วก็ตาม

“สิ่งที่น่ากังวลคือ บุหรี่ไฟฟ้ากำลังถูกทำให้ดูเป็นเรื่องปกติในสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ผ่านการสื่อสารทางออนไลน์และการตลาดที่เข้าถึงง่าย

สสส. และภาคีเครื่อข่ายฯ จึงต้องเร่งสร้างองค์ความรู้รอบด้านสุขภาพ ชุดเครื่องมือการเรียนรู้ สำหรับนักเรียน นักศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษา พร้อมสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” รศ.ภก.วิทยา กล่าว

นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการ สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย เปิดเผยผลเฝ้าระวังการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในช่วงไตรมาสแรก ปี 2569 ว่า… เมื่อบุหรี่ไฟฟ้าถูกทำให้ดู ‘ปลอดภัย’ ปรับภาพลักษณ์-หลบเลี่ยงกฎหมาย-ส่งถึงบ้าน

…ปัจจุบันยังพบช่องทางจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์มากถึง 83 ช่องทาง แบ่งเป็นเว็บไซต์ 54 ช่องทาง และบัญชีผ่านแอปพลิเคชันอีก 29 บัญชี โดยทั้งหมดใช้ภาษาไทยและยังเปิดให้บริการตามปกติ

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้จำหน่ายใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบ 4P เพื่อเข้าถึงเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีสีสันและกลิ่นรสหลากหลาย ตั้งราคาเริ่มต้นเพียง 29 บาท ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นเครื่องมือสื่อสารหลัก

จากข้อมูลพบว่า Facebook ถูกใช้เป็นช่องทางสร้างกลุ่มปิดเพื่อขายสินค้า คิดเป็น 44.8% ขณะที่ X หรือ Twitter ถูกใช้ขายสินค้าแบบไม่เปิดเผยตัวตน 34.5% และ Instagram อีก 20.7% ถูกใช้สร้างภาพลักษณ์เชิงบวกผ่าน Micro Influencers หรือผู้มีอิทธิพลระดับท้องถิ่น

ที่น่ากังวลคือ ผู้ขายจำนวนมากพยายามหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ด้วยการทำเว็บไซต์ให้ดูคล้ายเว็บให้ความรู้สุขภาพ ควบคู่กับการเสนอขายสินค้า และปิดการขายผ่านแอปพลิเคชันไลน์ รวมถึงใช้โปรโมชั่นแบบเดียวกับแพลตฟอร์ม E-Commerce เช่น วันที่ 9.9 หรือ 11.11 พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านภายใน 180 นาที

“เด็กและเยาวชนกำลังตกเป็นเป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้า เราจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งปิดกั้นช่องทางออนไลน์และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องเด็กไทยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ” นายพชรพรรษ์ กล่าว

ด้านพญ.ธญรช ทิพยวงษ์ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นช่วงวัยที่สมองยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ การได้รับสารนิโคตินอย่างต่อเนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้า อาจส่งผลต่อโครงสร้างและการทำงานของสมอง โดยเฉพาะสมองส่วน Prefrontal Cortex ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์ ความคิด และการตัดสินใจ

นิโคตินส่งผลให้เด็กควบคุมอารมณ์ได้ยาก สูญเสียความจำ และเกิดภาวะเสพติดความสุขชั่วคราวจากสารกระตุ้น อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้สารเสพติดชนิดอื่นในอนาคต”

พญ.ธญรช ยังเตือนว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสมองอาจไม่สามารถฟื้นกลับมาได้เหมือนเดิม เนื่องจากสมองเป็นอวัยวะที่มีความซับซ้อนและแตกต่างจากอวัยวะส่วนอื่นของร่างกาย

ปรากฏการณ์บุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสุขภาพส่วนบุคคล แต่สะท้อนถึงการทำงานของอุตสาหกรรมที่พยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้บุหรี่ไฟฟ้าดูทันสมัย เข้าถึงง่าย และแทรกซึมเข้าไปในชีวิตประจำวันของเด็กและเยาวชนผ่านโลกดิจิทัล

ปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ภาครัฐ และสังคมร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก-เยาวชนไทยรู้เท่าทันกลยุทธ์การตลาดของอุตสาหกรรมดังกล่าว

เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2569 สสส. และภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์ “บุหรี่ไฟฟ้า แฮกสมอง” เพื่อส่งต่อความรู้ ความเข้าใจ และสื่อสารถึงทัศนคติที่ถูกต้องถึงผลกระทบ รวมทั้งการปกป้องเด็ก ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่คือการปกป้องอนาคตสังคมไทยด้วยเช่นกัน 

เรื่องโดย : อัจฉริยา คล้ายฉ่ำ Team Content www.thaihealth.or.th

ข้อมูลจาก : กิจกรรมเสวนาวิชาการ “เคมีในควันกับเคมีในสมอง : ผลกระทบที่มองไม่เห็น” เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 พร้อมเปิดตัวแคมเปญรณรงค์ “บุหรี่ไฟฟ้า แฮกสมอง”

Categories: ข่าวสารกิจกรรม