เมื่อโลกก้าวสู่ยุค AGI การอ่านยิ่งสำคัญต่อพัฒนาการเด็ก
ในวันที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของปัญญาประดิษฐ์ระดับทั่วไป (Artificial General Intelligence : AGI) “การอ่าน” จึงยิ่งมีความสำคัญ การอ่านไม่ใช่เพียงการถอดรหัสตัวอักษร แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาความคิด ภาษาและความสามารถในการเรียนรู้ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของมนุษย์ท่ามกลางโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การปลูกฝัง “วัฒนธรรมการอ่าน” ตั้งแต่วัยเด็กจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เด็กที่ได้สัมผัสหนังสือหรือกิจกรรมการอ่านอย่างสม่ำเสมอ มักมีพัฒนาการด้านการสื่อสาร สมาธิ และความสามารถในการทำความเข้าใจโลกได้ดีกว่า อีกทั้งยังช่วยวางรากฐานสำคัญต่อการเรียนรู้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมพัฒนาการเด็กไทยยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ รายงานพัฒนาการเด็กปฐมวัย ปี 2566 จากสถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า
เด็กปฐมวัยไทย 22.5% มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า โดยเฉพาะด้านการใช้ภาษา 74.8% การเข้าใจภาษา 60.9% กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา 44.6% และการเคลื่อนไหว 28.2% เพื่อขับเคลื่อนการอ่านให้เป็นรากฐานสำคัญของพัฒนาการเด็ก
ข้อมูลจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อปลายปี 2568 ระบุว่า เด็กปฐมวัยในยุคปัจจุบัน Gen Alpha และ Gen Beta มีพัฒนาการต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการใช้ภาษา และด้านการเข้าใจภาษา สาเหตุหลักมาจากการใช้หน้าจอเกินวัย และบริบทการเลี้ยงดูในสังคมดิจิทัล ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการระยะยาวของเด็ก
ท่ามกลางวิกฤตเงียบดังกล่าว โครงการ “อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้” แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย สสส. ได้จัดเวทีประชุมวิชาการแถลงผล SROI สู่กุญแจพัฒนาการเด็กไทยยุค AGI” เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ
เพื่อเผยแพร่ผลการประเมิน ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI ) ที่สสส. สนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมส่งเสริมการอ่านในหลายพื้นที่ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่านวัตกรรม “หนังสือภาพชุดเล็ก ๆ” สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม
โดยผลลัพธ์ดังกล่าวถูกถอดรหัสออกมาเป็นตัวเลข ผ่านการประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน หรือ SROI สะท้อนว่า การลงทุนกับเด็กปฐมวัยสามารถสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่สังคมและครอบครัวได้อย่างมหาศาล
อีกทั้งยังพบว่าเงื่อนไขที่ทำให้ตัวเลข SROI เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากเด็กทุกคน ได้นำหนังสือกลับไปอ่านร่วมกับครอบครัว ผลตอบแทนทางสังคมจะ พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 159 รวมถึงเด็กมีทักษะการสะกดคำและการใช้คำศัพท์เพิ่มขึ้น 69.84% ทักษะการเขียนเพิ่มขึ้น 63.49% และสมาธิเพิ่มขึ้น 57.14% สอดคล้องกับแนวทางของ UNESCO ที่ย้ำว่าการรู้หนังสือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน
รศ.จุมพล รอดคำดี กรรมการกํากับทิศทางแผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวอย่างน่าสนใจว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Artificial General Intelligence (AGI) ที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ของผู้คนอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการเตรียมความพร้อมให้เด็กและเยาวชนจึงต้องเริ่มจากการเสริมสร้างทักษะพื้นฐานด้านการคิด การสื่อสาร และโดยเฉพาะ “การอ่าน” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
ในมุมของผู้ขับเคลื่อนงานส่งเสริมการอ่านในระดับแผนงาน นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. สะท้อนว่า ผลการประเมิน SROI ช่วยทำให้เห็นคุณค่าของการส่งเสริมการอ่านอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย
“การอ่านไม่เพียงเติมความสุขให้กับชีวิตเด็ก แต่ยังช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับครอบครัว และเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้พร้อมพัฒนาทักษะชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์”
ในขณะที่ภาคีเครือข่ายกำลังขับเคลื่อนการส่งเสริมการอ่านในระดับพื้นที่ มุมมองในระดับนโยบายการศึกษาก็ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เช่นกัน ดร.จอมหทยาสนิท พงษ์เสฐียร ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผนการศึกษาแห่งชาติ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า
การส่งเสริมการอ่านในเด็กปฐมวัยสอดคล้องกับทิศทางของแผนการศึกษาแห่งชาติที่มุ่งพัฒนาศักยภาพคนไทยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะการสร้าง “สังคมแห่งการเรียนรู้” การส่งเสริมการอ่านไม่จำเป็นต้องสร้างกลไกใหม่ แต่ต้องอาศัยพลังเครือข่าย ทั้งครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ท้องถิ่น และภาคเอกชน โดยผู้ปกครอง คือ “ครูคนแรกของเด็ก”
ในมุมมองทางการแพทย์ พญ.ปุษยบรรพ์ สุวรรณคีรี (หมอแพม) กุมารแพทย์และเจ้าของเพจ “หมอแพมชวนอ่าน” ชี้ว่า ช่วงวัยแรกเกิดถึง 5 ปี เป็นช่วงที่สมองของเด็กพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยสมองจะเติบโตถึงประมาณ 90% ของศักยภาพทั้งหมด การกระตุ้นพัฒนาการผ่านการอ่านนิทานภาพจึงมีบทบาทสำคัญ การที่ผู้ปกครองอ่านให้เด็กฟัง ช่วยให้สมองเด็กเชื่อมโยงระหว่างคำพูด เสียง และภาพ เกิดการเรียนรู้ด้านภาษาและจินตนาการได้ดีกว่าสื่อประเภทอื่น
ในยุคที่เด็กสามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้ตลอดเวลา การปลูกฝังการอ่านจึงยิ่งมีความจำเป็น เพราะหนังสือไม่เพียงเป็นเครื่องมือพัฒนาสมอง แต่ยังเป็นกิจกรรมที่สร้าง “เวลาคุณภาพ” ระหว่างเด็กกับครอบครัว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก
สสส. จึงยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในทุกระดับ เพื่อสร้าง“นิเวศวัฒนธรรมการอ่าน” เพื่อให้เป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ และการเติบโตของเด็กไทยในอนาคต
เรื่องโดย: พลอยไพลิน นราพงษ์ Team Content www.thaihealth.or.th
ข้อมูลจาก: งานประชุมวิชาการ มหัศจรรย์ อ่าน อาน อ๊าน : แถลงผล SROI สู่กุญแจพัฒนาการเด็กไทยยุค AGI




