ภาษีโซเดียม ทางเลือกใหม่หยุดวงจรโรคเรื้อรังในคนไทย โดย สสส.

ภาษีโซเดียม ทางเลือกใหม่หยุดวงจรโรคเรื้อรังในคนไทย

                  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว ซอสปรุงรส หรืออาหารจานด่วน กลายเป็นเรื่องคุ้นชินในชีวิตเร่งรีบของคนไทยจำนวนมาก จน “ความเค็ม” ค่อย ๆ สะสมโดยไม่รู้ตัว และทิ้งร่องรอยไว้ในรูปของโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคไตเรื้อรัง ซึ่งยังคงคร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ

                  ในแต่ละวัน หลายคนอาจไม่เคยรู้เลยว่า เพียงหนึ่งมื้ออาหารธรรมดา อาจแฝงโซเดียมมากกว่าที่ร่างกายควรได้รับตลอดทั้งวัน “เราไม่ได้กินเค็มเพราะไม่รู้  แต่เพราะสภาพแวดล้อมรอบตัว…บังคับให้เลือกแบบนั้น”

                  คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “เราจะเลิกกินเค็มได้อย่างไร” สังคมจะช่วยให้คนไทยลดเค็มได้จริงหรือไม่?  หากรู้ว่าร่างกายได้รับ โซเดียมเกินเกือบเท่าตัว ซึ่งเป็นภัยเงียบที่แลกด้วยชีวิตและเศรษฐกิจ

                  ข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยล่าสุด พบว่า คนไทยบริโภคโซเดียมเฉลี่ย 3,650 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งสูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่ไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เกือบสองเท่า ผลกระทบจากการบริโภคโซเดียมสูง ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่สะท้อนผ่านจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 78,000 ล้านบาทต่อปี

                  ปัญหานี้จึงไม่อาจแก้ได้ด้วยการบอกให้ประชาชน “ระวังตัวเอง” เพียงอย่างเดียว เพราะอาหารโซเดียมสูงกลับเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่าย ราคาถูก และมีการโฆษณาอย่างเข้มข้น ขณะที่ทางเลือกเพื่อสุขภาพยังมีจำกัด

                  ภาษีโซเดียม มาตรการเชิงระบบที่มากกว่าเรื่องราคา

                  ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า การลดบริโภคโซเดียมจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการสื่อสารสร้างความรอบรู้ และมาตรการเชิงระบบ “ประสบการณ์จากมาตรการภาษีสุขภาพในหลายประเทศ รวมถึงภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลของไทย แสดงให้เห็นชัดว่า ภาษีสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคและกระตุ้นให้ผู้ผลิตปรับสูตรอาหารได้จริง”

                  สสส. จึงสนับสนุนแนวคิด ภาษีโซเดียม ควบคู่กับเครื่องมืออื่น ๆ เช่น ฉลากโภชนาการและสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” การรณรงค์ “ลดเค็ม ลดโรค” หรือ ขยายโครงการสู่ชุมชนลดเค็มและอาหารนอกบ้าน  โดยใช้เครื่องมือที่เป็นนวัตกรรม เช่น Salt Meter ช่วยให้เห็นปริมาณโซเดียมจริงในอาหาร ทำให้ “การเลือกที่ดีต่อสุขภาพ” เป็นเรื่องง่ายและเป็นไปได้จริง ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

                  เด็กและเยาวชน กลุ่มเสี่ยงที่สังคมไม่ควรมองข้าม

                  รศ.ดร.สิรินทร์ยา พูลเกิด นักวิจัยจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้ว่า อาหารแปรรูปหลายชนิด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมรสเค็ม และซอสปรุงรส เพียงหนึ่งหน่วยบริโภคอาจให้โซเดียมใกล้เคียงหรือเกินปริมาณที่แนะนำต่อมื้ออาหารแล้ว

                  อย่างไรก็ตาม ก็ยังพบว่าทั้งกลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อและประชากรทั่วไป ยังมีพฤติกรรมบริโภคโซเดียมสูงในระดับน่ากังวล จึงจำเป็นต้องปรับ “สภาพแวดล้อมทางอาหาร” ผ่านมาตรการเชิงระบบ เช่น การลดปริมาณโซเดียมในอาหารติดฉลากผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจง่าย และการเพิ่มทางเลือกอาหารมากกว่าการมุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมรายบุคคลเพียงอย่างเดียว รศ.ดร.สิรินทร์ยา กล่าว

                  ขณะที่ ผศ.ดร.พจนา หันจางสิทธิ์ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า เด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากอาหารโซเดียมสูง โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวและอาหารสำเร็จรูป “หากไม่เริ่มป้องกันตั้งแต่วันนี้ เด็กกลุ่มนี้จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความดันโลหิตสูงในอนาคต”

                  งานวิจัยพบว่า หากมีการใช้มาตรการภาษีโซเดียมในขนมขบเคี้ยว ควบคู่กับการปรับสูตรตามเกณฑ์ “ทางเลือกสุขภาพ”จะสามารถลดผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้กว่า 31,000 ราย เมื่อราคาเปลี่ยน พฤติกรรมก็เปลี่ยนได้

                  ผศ.ดร.ปภัศร ชัยวัฒน์ นักวิชาการจากศูนย์ศึกษานโยบายเพื่อการพัฒนา คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า อาหารโซเดียมสูงหลายประเภทเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคอ่อนไหวต่อราคา เมื่อราคาปรับสูงขึ้นจากมาตรการภาษี ผู้บริโภคมีแนวโน้มลดการบริโภค ขณะเดียวกันผู้ผลิตก็จะถูกกระตุ้นให้ปรับสูตรเพื่อลดภาระภาษี

                  ดังนั้น การออกแบบภาษีอย่างเหมาะสม จึงไม่เพียงช่วยลดการกินเค็ม แต่ยังช่วยปกป้องกลุ่มเปราะบางไม่ให้รับภาระเกินจำเป็น

                  สสส.ชวนลดเค็มวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนของสังคมไทย เพราะการลดโซเดียมไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ คือ ภารกิจร่วมของทั้งสังคม ตั้งแต่ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ผลิตอาหาร ร้านค้า ไปจนถึงผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน เมื่อระบบเอื้อต่อการเลือก พฤติกรรมก็เปลี่ยนได้ และโรคร้ายจำนวนมากก็สามารถป้องกันได้เช่นกัน คุณจะเป็นหนึ่งในสังคมไทยกำลังช่วยให้ “ลดเค็ม ลดโรค” เป็นจริงได้มากขึ้น

เรื่องโดย: อัจฉริยา คล้ายฉ่ำ Team Content www.thaihealth.or.th

ข้อมูลจาก: เวทีเสวนา “ภาษีโซเดียม…ประโยชน์ต่อสุขภาพที่มองไม่เห็น” วันที่ 28 กุมภาพันธ์

Categories: ข่าวสารกิจกรรม