NCDs ไม่รอวัย! กำลังไล่ทันคนรุ่นใหม่เร็วกว่าที่คิด
ผลสำรวจสุขภาพคนไทยล่าสุดจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยให้เห็นภาพใหม่ที่หลายคนอาจไม่คาดคิดว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non-Communicable Diseases) กำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิตของคนวัยทำงานและคนรุ่นใหม่เร็วกว่าที่คิด โดยไม่ได้รอให้เราอายุ 40 อีกต่อไป และหากไม่เร่งปรับพฤติกรรมในวันนี้ ตัวเลขที่น่าห่วงเหล่านี้อาจกลายเป็น “พรุ่งนี้” ของเราเอง
เรามักคิดว่า เบาหวาน ความดัน หรือโรคหัวใจ เป็นเรื่องของ “คนแก่” แต่ถ้าตอนนี้มันกำลังเกิดขึ้นกับเพื่อนวัยเดียวกับคุณล่ะ? โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำวัน ทั้งการสูบบุหรี่ ดื่มสุรารับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม และมีกิจกรรมทางกายน้อยลง รวมถึงและการใช้สารเสพติด
โดยบางคน บางกลุ่มปกติที่ตื่นเช้ามารีบขับรถเข้าปั๊ม แวะซื้อกาแฟแก้วโปรด หรือบางคนรีบส่งลูกไปโรงเรียนพร้อมข้าวเหนียวหมูปิ้งสองไม้ แล้วรีบมุ่งหน้าสู่ที่ทำงานในเมืองที่ไม่เคยหลับ กินมื้อเที่ยงหน้าจอคอม กลับบ้านพร้อมความเครียดและอาหารจานดึก ทั้งหมดดูเหมือนชีวิตปกติของคนรุ่นนี้
แต่ในความปกตินั้น กำลังมี “ระเบิดเวลาทางสุขภาพ” เดินนับถอยหลังอยู่เงียบ ๆ
สัญญาณเตือนจากผลสำรวจสุขภาพคนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2567–2568) จาก สสส.ร่วมกับ สวรส. และ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้สะท้อนภาพใหญ่ของสุขภาพคนไทยที่น่าห่วง อาจเป็นภาพของเราในอนาคตอันใกล้
วันนี้ คนไทยกว่า 27.4 ล้านคน หรือเกือบครึ่งประเทศอยู่ในภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน อีกเกือบ 20 ล้านคน ป่วยด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และยังมีอีกกว่า 5.7 ล้านคน ที่อยู่ในกลุ่ม “จ่อเสี่ยงเบาหวาน” ถ้าไม่ปรับพฤติกรรมในตอนนี้ ปัจจัยเหล่านี้อาจกลายเป็น “โรคประจำตัว” ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า “ข้อมูลจากการสำรวจนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือภาพชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ” เพราะนี่คือการสำรวจที่ไม่ได้อาศัยเพียงแบบสอบถาม แต่ตรวจเลือด ตรวจร่างกาย และเก็บข้อมูลจริงจากประชาชนทั่วประเทศ จึงทำให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่าง “พฤติกรรมประจำวัน” กับ “สุขภาพจริง” อย่างแม่นยำ
นี่คือฐานข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศออกแบบมาตรการสุขภาพได้ตรงจุดยิ่งขึ้น
เขายังเตือนว่า “สุขภาพเป็นสภาวะที่ไม่นิ่ง จะดีหรือแย่ ขึ้นอยู่กับการตระหนักรู้ของเราในวันนี้” แม้คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นอันดับที่ 78 ของโลก แต่หากคุณภาพชีวิตไม่ดีพอ อายุยืนก็อาจไม่ใช่ชีวิตที่สุข
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวเสริมว่า “เราพบว่ามีคนไทยป่วยเบาหวานแต่ไม่รู้ตัวกว่า 1.6 ล้านคน และผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่คนจำนวนมากไม่รู้ตัวว่าป่วย ถึง 8.4 ล้านคน” นั่นหมายความว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยทั้งหมด “ไม่เคยรู้” ว่าตัวเองป่วย เพราะไม่มีอาการให้เห็นชัด และเมื่อรู้ตัวอีกที ร่างกายก็อาจเริ่มส่งสัญญาณเตือนที่ยากจะแก้ไข
เขาเรียกการสำรวจนี้ว่า “การลงทุนด้านข้อมูลสุขภาพ” ที่ไทยเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2534 เพื่อเติมเต็มช่องว่างของข้อมูลจากระบบบริการปกติและใช้ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณสุขอย่างมีหลักฐานรองรับ ที่น่ากังวลคือ อัตราผู้ป่วยเบาหวานของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 6.9% ในปี 2552 เป็นมากกว่า 10% ในปี 2568 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดว่าเรากำลังอยู่ในช่วง “ต้องเปลี่ยนจากรักษาเป็นป้องกัน”
ศ.นพ.วิชัย เอกพลากร ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่าในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา โรคไม่ติดต่อเรื้อรังของคนไทยเพิ่มขึ้นแทบทุกด้าน เบาหวาน 10.6% (6.1 ล้านคน) ความดันโลหิตสูง 29.5% (17.5 ล้านคน) ภาวะอ้วน 45% (27.4 ล้านคน) ไขมันในเลือดสูง 20% กลุ่มอาการเมตาบอลิก 28%
สิ่งที่น่าจับตาคือ แนวโน้มโรคเหล่านี้ “อายุน้อยลงเรื่อย ๆ” และเริ่มเปลี่ยนจาก “โรคของผู้สูงอายุ” มาเป็น “โรคของวัยทำงานและคนรุ่นใหม่” โรคเรื้อรัง…ที่เริ่มในวัยยังมีฝัน โดยเฉพาะในผู้ชายวัยทำงาน ที่มีแนวโน้มป่วยเบาหวานและความดันเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเพศหญิง แต่กลับ “ไม่รู้ตัว” ว่าป่วย ขณะที่ผู้หญิงมีภาวะอ้วนสูงกว่าเล็กน้อย สะท้อนว่าพฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตประจำวันของคนรุ่นนี้ กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของระบบสุขภาพไทย
รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช หัวหน้าโครงการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 กล่าวว่า “โรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจกำลังเกิดในคนอายุน้อยลงเรื่อย ๆ เพราะพฤติกรรมที่เสี่ยงกำลังกลายเป็นเรื่องปกติของสังคม การป้องกัน NCDs ต้องไม่เริ่มแค่ตอน 35 ปีขึ้นไปอีกต่อไป แต่ต้องเริ่มตั้งแต่ในวัยที่ยังรู้สึกว่ายังแข็งแรงดี”
ผลสำรวจพบว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่กว่า 11 ล้านคน ดื่มสุรา 17 ล้านคน อ้วน 27 ล้านคน และ มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอถึง 25 ล้านคน ที่น่าตกใจคือ มีคนไทยกว่า 3.2 ล้านคน ที่มีครบทุกพฤติกรรมเสี่ยง สูบ ดื่ม อ้วน และไม่ออกกำลังกาย ซึ่งกลุ่มนี้มีโอกาสป่วย NCDs สูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
ตัวเลขหนึ่งที่ทำให้หลายคนต้องหยุดคิด คือ คนอายุ 15–34 ปีที่ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง ป่วยเบาหวานเพียง 0.3% แต่ถ้ามีครบทุกปัจจัยเสี่ยง ความเสี่ยงจะพุ่งสูงถึง 45.2% เธอยังเตือนถึงการระบาดของ “บุหรี่ไฟฟ้า” ที่กำลังเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยกว่า 70% ของผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีอายุต่ำกว่า 30 ปี พร้อมแนวโน้มการดื่มสุราในหญิงวัยรุ่นที่เพิ่มขึ้น และการออกกำลังกายที่ลดลงหลังโควิด ทั้งหมดนี้กำลังเร่งความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในทุกกลุ่มวัย
“การป้องกัน NCDs ต้องไม่เริ่มแค่ตอน 35 ปีขึ้นไปอีกต่อไป แต่ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ในวัยที่ยังรู้สึกว่ายังแข็งแรงดี”
ข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพครั้งนี้ ไม่ใช่แค่สัญญาณเตือนของวงการแพทย์ แต่คือ “สัญญาณจากชีวิตจริงของคนไทย” สุขภาพที่ดีไม่ใช่เรื่องของผู้สูงวัย แต่มันคือโจทย์ใหญ่ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องเร่งปรับพฤติกรรม ตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงนโยบายสาธารณะ
สสส. พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ใช้ข้อมูลจริงเป็นฐานในการพัฒนาและรณรงค์ ลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน จนถึงผู้สูงอายุเพราะสุขภาพดีถ้วนหน้าอย่างยั่งยืน
เรื่องโดย: พลอยไพลิน นราพงษ์ Team Content www.thaihealth.or.th
ข้อมูลจาก “งานแถลงผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2567–2568)”




