“บ้านเกาะโมเดล” เมื่อชุมชนลุกขึ้นลดเหล้า-ปัจจัยเสี่ยง
หลายครั้งที่เราพูดถึงปัญหา “เหล้า” ในชุมชน ภาพที่มักผุดขึ้นมาในหัวของใครหลายคน คือ วงเหล้าหน้าร้านชำ เสียงหัวเราะปะปนกับควันบุหรี่ และเด็ก ๆ ที่เดินผ่านไปมาในทุกวัน ภาพเหล่านี้อาจดูเป็น“เรื่องปกติ” ที่คุ้นชินในสังคมไทย แต่ในสายตาของคนในชุมชนบ้านเกาะอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาพนั้นค่อย ๆ กลายเป็นคำถามสำคัญ เนื่องากเด็กต้องเดินผ่านวงเหล้าทุกวัน
คำถามที่เกิดขึ้นในใจของคนในชุมชน ถ้าร้านค้า คือ ศูนย์กลางคือ “เราจะปล่อยให้สิ่งดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดาต่อไปจริง ๆ หรือ”
คำถามเล็ก ๆ นี้เอง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เรียกว่า “บ้านเกาะโมเดล” ที่ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง และ ค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านให้ปลอดภัยขึ้นสำหรับทุกคน ด้วยบทบาทใหม่ คือ “พื้นที่สร้างสุขภาวะ” ที่ปลอดปัจจัยเสี่ยงจากการดื่มเหล้าและการสูบบุหรี่
พวกเขาตั้งคำถามว่า ของชุมชนมันจะกลายเป็นพื้นที่สร้างสุขภาวะดีได้ไหม เมิ่อคำตอบ คือ “ได้” ชุมชนเริ่มพูดคุยกันทั้งผู้นำหมู่บ้าน เจ้าของร้านค้า อสม. และ ชาวบ้าน ค่อย ๆ กลายเป็นข้อตกลงร่วมกันเกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ธรรมนูญชุมชนสู้เหล้า” ร้านค้าหลายแห่งเริ่มปรับตัว
บางร้านลดการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บางร้านจัดพื้นที่ใหม่ไม่ให้มีการนั่งดื่มหน้าร้าน ร้านชำที่เคยเป็นพื้นที่ของวงเหล้าค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทจาก พื้นที่เสี่ยง กลายเป็น “เกราะป้องกันของชุมชน”
วิถีสวนผลไม้ กับปัญหาที่ซ่อนอยู่
นายองอาจ พรหมมงคล เครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนบน เล่าถึงบริบทของพื้นที่ว่า…“ตำบลบ้านเกาะมีวิถีเกษตร โดยเฉพาะสวนมังคุด ชาวบ้านใช้ชีวิตอยู่กับสวนเมื่อก่อนก็มีการดื่มกันบ้าง โดยเฉพาะการดื่มในสวนหรือในกลุ่มชาวบ้าน แต่ช่วงหลัง ปัญหาเริ่มรุนแรงขึ้น “มีกระแสของยาเสพติดเข้ามา เหล้าและบุหรี่กลายเป็นด่านแรกที่นำไปสู่ยาเสพติดพอปัญหามากขึ้น ชุมชนก็เริ่มมองหาวิธีป้องกัน”
นายองอาจอธิบายว่า การแก้ปัญหาในบ้านเกาะไม่ได้เกิดจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เกิดจากความร่วมมือของหลายฝ่าย ชุมชนใช้แนวคิดที่เรียกว่า “เก้าอี้สามขา” ขาแรก คือฝ่ายปกครอง เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขาที่สอง คือหน่วยงานสาธารณสุขและองค์กรท้องถิ่น ขาที่สาม คือชุมชนและเครือข่ายประชาชน เมื่อทั้งสามฝ่ายทำงานร่วมกัน การรณรงค์ลดเหล้า ลดบุหรี่ และป้องกันยาเสพติดจึงเกิดขึ้นได้จริง
จากนักดื่มสู่คนแกร่งหัวใจเพชร
อีกเสียงหนึ่งที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน คือ เรื่องราวของ ลุงปรีชา ดีช่วย ชาวบ้านเรียกเขาว่า “คนแกร่งหัวใจเพชร” เขาเริ่มดื่มเหล้าตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี ดื่มต่อเนื่องเกือบ 40 ปี “เมื่อก่อนถ้ายังเมาอยู่ก็ทะเลาะกับแม่ ทะเลาะกับยายบางทีก็ตีลูกตีหลานหาความสุขไม่เจอเลย”
จุดเปลี่ยนของชีวิตเขาเกิดขึ้นเพราะคนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง คือ หลานของเขาไม่อยากเห็นภาพเราถือบุหรี่ ถือแก้วเหล้า” เมื่อถามว่าเลิกยากไหม ลุงปรีชาตอบสั้น ๆ “ทุกอย่างอยู่ที่ใจ ไม่มีข้ออ้างอะไร ถ้าเราคิดจะเลิก” วันนี้เขากลายเป็นกำลังใจให้กับคนอื่นในชุมชน “สู้ ๆ ครับ สักวันหนึ่งเราจะรู้ว่าความสุขของครอบครัวที่แท้จริงเป็นแบบไหน”
เสียงสะท้อนจากผู้จัดการกองทุน สสส. นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเกาะ เป็นตัวอย่างสำคัญของการที่ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการสุขภาพของตัวเอง เราได้เห็นตัวอย่างหลายเรื่องในชุมชน ทั้งคุณครูช่วยลงมาดูแลเด็กรู้ภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า ความเข้มแข็งของชุมชนช่วยควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้จำนวนคนติดเหล้าในชุมชนลดลงได้จริง
เมื่อชุมชนเริ่มจัดการปัจจัยเสี่ยงได้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแค่เรื่องสุขภาพแต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของคนทั้งชุมชน เมื่อการดื่มลดลง ความรุนแรงในครอบครัวก็ลดลงชุมชนมีความปลอดภัยมากขึ้นอุบัติเหตุก็ลดลง
อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การที่คนในชุมชนเริ่มรู้สึกว่าปัญหาสุขภาพเป็นเรื่องของทุกคนทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะคนในชุมชนมาเป็นเจ้าของปัญหาสุขภาพ และเมื่อชุมชนลุกขึ้นมาดูแลกันเองคนในพื้นที่ก็สามารถสร้างสุขภาพที่ดีได้ด้วยตัวของชุมชนเอง
สำหรับ สสส. บ้านเกาะจึงไม่ใช่แค่พื้นที่หนึ่งที่ประสบความสำเร็จ แต่เป็นตัวอย่างของพลังชุมชน ที่สามารถขยายบทเรียนไปยังพื้นที่อื่นได้
บทเรียนจากบ้านเกาะ
เรื่องราวของบ้านเกาะทำให้เราเห็นบทเรียนหลายอย่าง โดยการแก้ปัญหาเรื่องเหล้าไม่ได้เริ่มจากคำสั่งหรือกฎหมาย เพียงอย่างเดียว แต่มันเริ่มจากการที่ชุมชนพร้อมใจลุกขึ้นมาดูแลตั้งกติการ่วมกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและช่วยกันดูแลสุขภาพของกันและกัน การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นได้จริง
วันนี้บ้านเกาะแห่งพรหมคีรี นครศรีธรรมราช ชุมชนเล็ก ๆ ที่มีร้านชำหน้าบ้าน กำลังส่งเสียงบอกกับหลายพื้นที่ว่า การลดปัญหาเหล้าในชุมชนไม่ใช่เรื่องไกลตัว จุดเริ่มต้นอาจเป็นเพียงระหว่างคนในหมู่บ้านร่วมมือกัน สิ่งเล็ก ๆ เหล่านั้นก็สามารถกลายเป็นพลังที่ปกป้องทั้งชุมชนได้
นี่คือเรื่องราวของชุมชน “บ้านเกาะโมเดล” เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่สามารถได้เริ่มต้นจากหัวใจของคนในชุมชนเอง
สำหรับ สสส.มองบ้านเกาะไม่ใช่เพียงตัวอย่างของชุมชนที่สามารถลดปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ได้สำเร็จเท่านั้นหากยังสะท้อนพลังของการที่คนในพื้นที่ลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของปัญหาสุขภาพของตนเอง และร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย น่าอยู่ และมีสุขภาวะที่ดี บทเรียนจาก “บ้านเกาะโมเดล” จึงอาจเป็นอีกหนึ่งต้นแบบสำคัญที่สามารถต่อยอดและขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งและลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพอย่างยั่งยืนในสังคมไทย
เรื่องโดย ภินันท์ชญา สมคำ Team Content www.thaihealth.or.th
ข้อมูลจาก งานลงพื้นที่และเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต้นแบบการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพตามยุทธศาสตร์ “ไตรพลัง” จังหวัดนครศรีธรรมราช




