ความเป็นมา

 “สมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”

 

ชื่อสมาคมฯ

สมาคมนี้มีชื่อว่า : “สมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”

ย่อว่า :  สวพ. 

เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า : Sustainable Alternative Development Association

ย่อว่า : SADA

 

ประวัติสมาคมฯ

          สมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น “องค์กรสาธารณประโยชน์หรือองค์กรการทำงานเพื่อสังคม” เมื่อ ปี 2543  ความคิดริเริ่มการก่อตั้งสมาคมฯ มาจากฐานการทำงานของกลุ่มคนที่ทำงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพชุมชน และการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีทั้งภาคประชาชนและนักพัฒนาอิสระ ที่มีความมุ่งมั่นจะสร้างให้เกิดองค์กรเพื่อการทำงานร่วมกัน ด้วยเงื่อนไขข้อจำกัด เรื่องการบริหารจัดการ ที่ต้องอิงกับระบบของหน่วยงานที่สังกัดและผู้สนับสนุนการทำงาน การมีส่วนร่วมและความเป็นเจ้าของ         

            การริเริ่มครั้งแรก มาจากการดำเนินงานโครงการศึกษาและพัฒนาผู้ทำการผลิตที่บ้านภาคเหนือ (Homenet North) ซึ่งเกิดจากเครือข่ายผู้ทำการผลิตที่บ้าน ที่สนใจและอยู่ในประเภทงานเดียวกันคือ  กลุ่มงานตัดเย็บ  กลุ่มงานทอผ้า กลุ่มงานจักสาน กลุ่มงานแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร และกลุ่มงานไม้  โดยใช้ฐานจังหวัดเป็นแนวในการพัฒนาเป็นเครือข่ายระดับภาคที่ครอบคลุมจังหวัดเขตภาคเหนือตอนบนได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และอุตรดิตถ์ นอกเหนือจากการพัฒนาส่งเสริมอาชีพ ยังได้ริเริ่มการเก็บเงินออมทรัพย์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและนกองทุนกู้ยืมสวัสดิการสำหรับผู้นำ ซึ่ง ณ ขณะนั้นอยู่ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ทำงานบูรณาการร่วมกันกับโครงการฝ้ายแกมไหม  โดยการสนับสนุนขององค์กรต่างประเทศหลายแห่ง เช่น องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สถานทูตออสเตรเลีย (AUSAID) องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ-ประเทศญี่ปุ่น(ILO–JAPAN) ฯ และเป็นเครือข่ายการทำงานกับ Homenet Thailand (ปัจจุบันคือมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ)  และส่วนหนึ่งมาจากฐานการทำงานจากโครงการ อบต. รักษ์ถิ่น รักพลังงาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน โดยมีพื้นที่ทำงานในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดพิษณุโลก โดยความร่วมมือการสวนอนุรักษ์พลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก


           ด้วยเงื่อนไข ข้อจำกัดดังกล่าว กลุ่มแกนนำหลักในการดำเนินงานโครงการ คือ  “ป้าไล”ดวงเดือน คำไชย คุณนิตยา  มหาไชยวงศ์ คุณสุทธิดา อุปถัมภ์ คุณชาติ ไชยสิทธิ์  และคุณอรพิน  วิมลภูษิต โดยการสนับสนุนจากผู้นำเครือข่ายระดับจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ (คุณพิสมัย คุณเสาวลักษณ์ คุณเทียนศิริ คุณจันทร์คำ คุณบัวจีน)  จังหวัดพะเยา (คุณเพ็ญศรี ชื่นวงศ์และคณะ) จังหวัดน่าน (คุณป้าภา คุณเครือวัลย์ คุณถนอมและคณะ) จังหวัดอุตรดิตถ์ (คุณธนากร  คุณป้าศรีนวล) จังหวัดแพร่ (คุณป้าประนอม  ทาแปง) จังหวัดเชียงราย (คุณป้าได)  จังหวัดลำพูน (คุณป้าทองใบ คุณพัฒนา คุณป้าสุพิน และผู้มีอุปการคุณ) ที่ดูแลการสนับสนุนโครงการของกองทุนอนุรักษ์พลังงาน  จึงตัดสินใจออกมาตั้งเป็นองค์กรแยกออกจากโครงการฝ้ายแกมไหม โดยใช้ชื่อว่า “ศูนย์ศึกษาและพัฒนาผู้รับงานไปทำที่บ้าน ภาคเหนือ” บริหารจัดการโดยใช้งบประมาณส่วนหนึ่งจากการนำผลิตภัณฑ์ ของเครือข่ายมาเชื่อมโยงกับตลาดภายนอกที่สนใจและให้การสนับสนุนการทำงานเพื่อพัฒนาชุมชน/สังคมร่วมกัน และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน องค์กรต่างประเทศร่วมด้วย เช่น องค์กรอ๊อกซ์แฟรม OXFAM , มูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ ILO-EEOW  เครือข่ายผู้รับงานไปทำที่บ้าน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  Homenet South East Asia และสถาบันวิชาการจากมหาลัย ที่ใช้ฐานกลุ่ม/เครือข่ายในการศึกษาวิจัยด้านสิทธิการคุ้มครองและสวัสดิการแรงงานนอกระบบ และสุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน และได้มีการพัฒนาศักยภาพผู้นำและเครือข่าย ที่มีศักยภาพ เข้มแข็ง และได้รับการยอมรับและสนับสนุนการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง ในนามของเครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคเหนือ โดยทำงานเชื่อมโยงการทำงานและการบริหารจัดการร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (Homenet Thailand)  

       

              จนกระทั่งปี 2551 ทางสมาคมฯ ได้แยกการบริหารจัดการ การดำเนินงานด้านการพัฒนาและส่งเสริมเครือข่ายออกมาบริหารจัดการเองโดยสมาคมฯ แต่ในการทำงานด้านวิชาการและนโยบาย ยังทำงานประสานและขับเคลื่อนเช่นเดียวกับภาคีเครือข่ายอื่นๆ  จนถึงปัจจุบัน

             สมาคมวิถีทางเลือกฯ ได้พัฒนาความเป็นองค์กรและความเป็นเครือข่ายการทำงานร่วมที่มีเครือข่ายแรงงานนอกระบบ เป็นกลไกสำคัญร่วมกับภาคีทั้งในระดับนโยบายและปฏิบัติ ที่เป็นทั้งภาครัฐ และสถาบันวิชาการภายใต้ปรัชญาการทำงาน “การเรียนรู้ การมีส่วนร่วม และหุ้นส่วนการพัฒนา” โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงานที่ยังด้อยโอกาสในการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร การเข้าถึงสิทธิและบริการที่เหมาะสมและเป็นธรรม ควบคู่กับการทำงานด้านการพัฒนาองค์ความรู้และนวตกรรมทางสังคมร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการทั้งจากสถาบันการศึกษาและภาครัฐในมิติต่างๆ ที่สอดคล้องกับเป้าหมาย ปรัชญา และวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ

วัตถุประสงค์การก่อตั้งสมาคมฯ

  1. ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพมุ่งเน้นการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
  2. ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพชุมชนเพื่อการพึ่งตนเอง
  3. ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง
  4. ส่งเสริมและประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ในการดำเนินงาน เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
  5. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน